ไม่ใช่เรื่องง่ายที่บาลาจิ ทริชี นารายณะสวามี จะสามารถหาเวลาให้สัมภาษณ์ได้ นักศึกษาชาวอินเดียจาก Institute for Frontier Materials (IFM) ของมหาวิทยาลัยดีคินผู้นี้กำลังศึกษาปริญญาเอกสาขาปรัชญา และกำลังทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัย และเป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษาด้านวิชาการที่มหาวิทยาลัยดีคิน และเขายังเป็นผู้ช่วยเหลือด้านการศึกษาให้แก่ EdConnect Australia และช่วยเหลืองานของสภากาชาดออสเตรเลียที่ Good Start Breakfast Club อีกด้วย’.

บาลาจิอาศัยอยู่ในจีลอง เมืองที่มีประชากรเกือบ 200,000 คนและห่างจากเมลเบิร์นหนึ่งชั่วโมงโดยการขับรถ เขาเปิดรับทุกสิ่งที่ชีวิตการเป็นนักศึกษาในออสเตรเลียมอบให้

โอกาสทางด้านวิชาการ การเป็นอาสาสมัคร และเป็นผู้ให้คำปรึกษาในเมลเบิร์น

‘ในฐานะนักศึกษาต่างชาติ จะมีโอกาสมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งทางด้านวิชาการและกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่งานเทศกาลดนตรีไปจนถึงการแข่งกีฬาในบ่อโคลน ที่จะสามารถหาได้ในเมลเบิร์น และผมใช้เวลาอย่างมีความสุขกับการได้ทำงานเป็นอาสาสมัครและเข้าร่วมในโปรแกรมการเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้วย ไม่เพียงแต่จะเป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมที่จะหาประสบการณ์และเริ่มชีวิตการทำงานของผมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่วิเศษมากที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ’

การทำงานอย่างหนักของบาลาจิไม่ได้ถูกละเลย เขาเป็นผู้ได้รับรางวัลนักศึกษานานาชาติประจำปี 2016 ประเภทภูมิภาค (Regional) และเขายังได้รับการเสนอชื่อเข้ารับสองรางวัลประจำปีจาก Institute for Frontier Materials (IFM) ของมหาวิทยาลัย และเข้ารอบสุดท้ายในงานวิทยาศาสตร์นานาชาติ (International Youth Science) และ ‘FameLab 2015’ ของบริติชเคานซิล (British Council)

เขาได้รับปริญญาโทจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโลหะวิทยาอุตสาหกรรม และได้รับทุนการศึกษาเพื่อทำวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษาจนจบที่ดีคิน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ปัจจุบันเขากำลังตั้งใจทำงานวิจัยของเขาเกี่ยวกับ ‘การสร้างกระบวนการแบบใหม่เพื่อพัฒนาเหล็กกล้าประสมที่สามารถต้านทานการสึกหรอและการเสียดสี เมื่อถูกนำไปใช้ในสิ่งแวดล้อมที่มีการเสียดสีอย่างรุนแรง อย่างการทำเหมืองและการขุดดิน’

มหาวิทยาลัยหลายแห่งในเมลเบิร์นและเมืองต่างๆ โดยรอบมีชื่อเสียงมาก

‘เมลเบิร์นและเมืองต่างๆ โดยรอบ เช่นจีลอง เป็นสถานที่ที่ดีมากสำหรับการศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีชื่อเสียงโด่งดัง และอาจารย์ผู้บรรยายของผมก็เป็นที่รู้จักในระดับโลก ผมได้รับประโยชน์เป็นพิเศษอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนจากชุมชนนักศึกษา และเป็นสิ่งที่ช่วยผมให้สามารถปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว’

‘ชุมชนในท้องถิ่นได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายที่ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน ผมคิดว่านั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผมทำงานเป็นอาสาสมัครมากมาย ผมต้องการตอบแทนชุมชน พ่อของผมเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง และพ่อมักจะบอกเสมอว่า “จงทำในสิ่งที่ลูกรัก และใส่ใจและทุ่มเทกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกทำ นั่นเป็นสิ่งที่ผมทำตั้งแต่เดินทางมาถึงออสเตรเลีย และผมก็ได้รับหลายสิ่งหลายอย่างตอบแทนเช่นกัน’